""""""""""วัดเขียนบางแก้ว
""""""""""วัดเขียนบางแก้วตั้งอยู่ที่บ้านบางแก้วใต้  ตำบลจองถนน  อำเภอเขาชัยสน  จังหวัดพัทลุง
การเดินทาง  อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเขาชัยสนไปตามถนนสายเขาชัยสน-จงเก  ระยะทางประมาณ ๗ กิโลเมตร  และแยกซ้ายไปทางทิศเหนืออีกประมาณ ๒ กิโลเมตร

""""""""""ประวัติความเป็นมา
วัดเขียนบางแก้ว  ตั้งอยู่หมู่ที่ ๔  ตำบลจองถนน  อำเภอเขาชัยสน  จังหวัดพัทลุง  อยู่ทางทิศใต้ของโคกเมือง  มีคลองบางหลวงหรือคูเมืองกั้นกลาง
ในบรรดาวัดเก่าแก่ในจังหวัดพัทลุง  ถือว่าวัดเขียนบางแก้วเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุด  ตามตำนานพื้นเมืองเล่าว่า  นางเลือดขาวเป็นผู้สร้างวัดนี้  แต่เพลานางเลือดขาวระบุว่า  พระยากรุงทองเจ้าเมืองสทิงพระเป็นผู้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๑๕๔๒  ต่อมาในสมัยอยุธยา  วัดนี้ได้รับการบูรณครั้งใหญ่ๆ ๒ ครั้ง  โดยพระครูอินทโมฬีฯ  เจ้าคณะป่าแก้วหัวเมืองพัทลุง  วัดเขียนบางแก้วเป็นวัดใหญ่  เป็นศูนย์กลางของคณะป่าแก้ว  ในสมัยอยุธยามีคณะขึ้นกับคณะป่าแก้ว  หัวเมืองพัทลุง  ทั้งในเมืองพัทลุง  เมืองนครศรีธรรมราช  เมืองสงขลา  และเมืองตรัง  เป็นจำนวน  ๒๙๐ – ๒๙๘ วัด  ในสมัยรัตนโกสินทร์  วัดเขียนบางแก้วได้รับการบูรณะหลายครั้ง  จนปัจจุบันวัดนี้มีความเจริญรุ่งเรืองเป็นศูนย์กลางของชุมชนอีกครั้งหนึ่ง  
  
""""""""""พระมหาธาตุเจดีย์  ตั้งอยู่หลังอุโบสถเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูน  มีขนาดสูง ๒๒ เมตร รอบฐานยาว  ๑๖.๖๕๐ เมตร  ตามเพลานางเลือดขาวระบุว่า  พระยากรุงทองเจ้าเมืองสทิงพาราณสีเป็นผู้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๑๕๔๒  แบบศิลปศรีวิชัย  แต่ต่อมาเจดีย์พระมหาธาตุได้ชำรุดทรุดโทรม  จึงมีการบูรณะใหม่หลายครั้ง  จนกลายเป็นแบบลังกาหรือแบบมหาธาตุเมืองนครศรีธรรมราช  แต่ก็ยังมีเค้าของเดิมอยู่บ้าง  เช่น  ฐานพระเจดีย์ ๘ เหลี่ยม  อิทธิพลศิลปปาละของอินเดีย  ซุ้มพระพุทธรูป ๓ ซุ้ม  แบบอิทธิพลศิลปชวาทรงระฆังคว่ำ  มีบัลลังก์และปล้องไฉนยอดมหาธาตุหุ้มด้วยทองคำหนัก ๙๗ บาท ๒ สลึง  แต่ถูกโจรกรรมไปเมื่อวันที่  ๗  กรกฎาคม  ๒๕๒๑  ปัจจุบันคณะพุทธบริษัทชาวจังหวัดพัทลุง  และผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมกันบริจาคจัดทำขึ้นใหม่แล้ว  ระหว่างซุ้มพระมีหัวช้างปูนปั้นโผล่ออกมา ๓ หัว  ด้านตะวันออกมีบันไดขึ้นสู่ฐานทักษิณาเหนือบันไดทำเป็นซุ้มยอดอย่างจีน รอบฐานมีเจดีย์ทิศ ๔ องค์  แบบศิลปศรีวิชัย  แต่บางองค์ถูกซ่อมแซมเปลี่ยนแปลงเป็นแบบศิลปสมัยรัตนโกสินทร์พระมหาธาตุเจดีย์    มีงานสมโภชทุกปี  ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ – วันแรม ๑ ค่ำ  เดือน ๖

""""""""""ระเบียงหรือวิหารคด  เป็นอาคารก่อด้วยอิฐถือปูน  เครื่องไม้มุงด้วยกระเบื้องดินเผาล้อมรอบองค์พระมหาธาตุเว้นด้านทิศตะวันออก  ซึ่งติดต่อกับอุโบสถ  ภายในระเบียงคดมีพระพุทธรูปปูนปั้นฝีมือช่างพื้นเมือง  จำนวน  ๑๐๘  องค์  ชาวบ้านเรียกว่า “พระเวียง”

""""""""""อุโบสถ  ตั้งอยู่ด้านหน้าพระมหาธาตุเจดีย์ขนานกับคลองบางแก้ว  เป็นอุโบสถสถานก่อด้วยอิฐถือปูน  เครื่องไม้พระอธิการพุ่ม  ได้บูรณะใหญ่ครั้งหนึ่ง พ.ศ. ๒๔๕๒  ต่อมา พ.ศ. ๒๕๒๓  ได้บูรณะใหม่    อีกครั้ง  ดัดแปลงเป็นอุโบสถก่ออิฐถือปูน  ภายในมีพระประธานปูนปั้นปางมารวิชัย  ๕  องค์  ด้านหลังอุโบสถกั้นเป็นห้องไหว้พระพุทธไสยาสน์ปูนปั้น  ๑ องค์  รอบอุโบสถมีใบพัทธเสมาจำหลักหินทรายแดงไม่มีลวดลายศิลปสมัยอยุธยาตอนต้น  จำนวน  ๘  ใบ

""""""""""ธรรมศาลา  ตั้งอยู่หน้าอุโบสถ  เป็นอาคารก่อด้วยอิฐถือปูน  เครื่องไม้  ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย  ฝีมือช่างพื้นเมือง  ๑  องค์  ได้รับการบูรณะใหม่ พ.ศ. ๒๕๑๓

""""""""""ศาลาการเปรียญ  ตั้งอยู่หน้าธรรมศาลา  เป็นอาคารก่อสร้างก่อด้วยอิฐถือปูนแบบทรงโถงไม่มี       ฝาผนัง  หลังคามุงด้วยกระเบื้องดินเผา  สร้างทับวิหารเก่าเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๔ – ๒๔๕๕

""""""""""พิพิธภัณฑ์  ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของพระมหาธาตุเจดีย์  จัดแสดงศิลปโบราณวัตถุที่ค้นพบบริเวณโคกเมืองและบริเวณใกล้เคียง  เช่น  ถ้วยชามจีนสมัยราชวงศ์ซุ่ง  ราชวงศ์เหม็ง  ราชวงศ์เซ็ง  สังคโลกสมัยสุโขทัย  พระพุทธรูปสมัยต่างๆ  ตลอดจนเครื่องมือเครื่องใช้พื้นเมืองเป็นจำนวนมาก